บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

ภาวะผู้นาการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูง


ผู้วิจัย : สำเนา หมื่นแจ่ม
หลักสูตร : ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขา : ภาวะผู้นำทางการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์
อาจารย์ที่ปรึกษา : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สงบ ประเสริฐพันธุ์
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : รองศาสตราจารย์ ดร.เกษมณี มากมี

บทคัดย่อ




บทคัดย่อ


                           การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และ นาเสนอองค์ประกอบภาวะผู้นาการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูง การดาเนินงานแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนแรกเป็นการกาหนดกรอบแนวคิดการวิจัย ดาเนินการโดยวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนที่ 2 เป็นการพัฒนาทฤษฎีฐานราก เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์ เชิงลึก (In-depth Interview) การสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Observation) และ การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยครู นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ขั้นตอนที่ 3 เป็นการตรวจสอบทฤษฎีฐานราก แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การตรวจสอบทฤษฎีฐานราก เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 9 ระดับ ผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 668 คน คือผู้บริหารสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูงที่บริหารจัดการสถานศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ด้วยสูตรของทาโร ยามาเน่ (Yamane, 1970) ได้ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูง จานวน 490 คน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ระยะที่ 2 การวิทยาวิพากษ์องค์ประกอบภาวะผู้นาการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน บนพื้นที่สูง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ ผู้ให้ข้อมูลได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิจานวน 9 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลจากการพัฒนาทฤษฎีฐานรากได้องค์ประกอบภาวะผู้นาการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูง ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบได้แก่ การมีอุดมการณ์ (Ideology) ความคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking) การเป็นแบบอย่างที่ดี (Role modeling) การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration) และการสร้างวัฒนธรรมการทางานแบบมีส่วนร่วม (Participatory working culture)
ผลการตรวจสอบองค์ประกอบภาวะผู้นาการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูงพบว่ามีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (χ2 = 111.22, p-value = 0.083, df = 91 RMSEA = 0.021, GFI=0.97, AGFI = 0.96 และ RMR=0.024) เมื่อพิจารณาค่าอิทธิพลทางตรงขององค์ประกอบ พบว่า การเป็นแบบอย่างที่ดีมีอิทธิพลทางตรงต่อการสร้างแรงบันดาลใจมากที่สุดด้วยค่าอิทธิพลเท่ากับ 1.18 รองลงมาคือการสร้างแรงบันดาลใจมีอิทธิพลทางตรงต่อ การสร้างวัฒนธรรมการทางานแบบมีส่วนร่วมด้วยค่าอิทธิพลเท่ากับ 0.99 การมีอุดมการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ มีอิทธิพลทางตรงต่อ การเป็นแบบอย่างที่ดี ด้วยค่าอิทธิพลเท่ากับ 0.34 และ 0.28 ตามลาดับ เมื่อพิจารณาค่าอิทธิพลทางอ้อมขององค์ประกอบพบว่า การเป็นแบบอย่างที่ดีมีอิทธิพลทางอ้อมต่อการสร้างวัฒนธรรมการทางานแบบมีส่วนร่วมมากที่สุดด้วยค่าอิทธิพลเท่ากับ1.17 รองลงมาคือการอุดมการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ มีอิทธิพลทางอ้อมต่อการสร้าง แรงบันดาลใจและการสร้างวัฒนธรรมการทางานแบบมีส่วนร่วมด้วยค่าอิทธิพลเท่ากับ 0.40 และ 0.33 ตามลาดับ
ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบภาวะผู้นาการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานบนพื้นที่สูง พบว่า การเป็นแบบอย่างที่ดีมีความสัมพันธ์กับการสร้างแรงบันดาลใจ มากที่สุด มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.97 รองลงมาเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง การสร้างแรงบันดาลใจ กับการสร้างวัฒนธรรมการทางานแบบมีส่วนร่วมและระหว่างการเป็นแบบอย่างที่ดีกับ การสร้างวัฒนธรรมการทางานแบบมีส่วนร่วมมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ 0.82 และ 0.80

ตามลำดับ


ดาวน์โหลดเอกสาร