บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

การศึกษาความพร้อมในการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล ของผู้บริหารสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 2


ผู้วิจัย : นางวราภรณ์ กิจจนศิริ
หลักสูตร : ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : การบริหารการศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์ ดร.ประพันธ์ ธรรมไชย
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : อาจารย์ ดร.สุวรรณ หมื่นตาบุตร

บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพร้อมในการบริหารสถานศึกษา และเปรียบเทียบความแตกต่างของความพร้อมในการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารจาแนกตามปัจจัยด้านผู้บริหารสถานศึกษา และปัจจัยด้านโรงเรียน ตลอดจนศึกษาความต้องการในการพัฒนา การบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 จานวน 152 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม และแบบสารวจ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างโดยใช้ค่าสถิติที (t-test) และ ค่าสถิติเอฟ (F-test)
ผลการวิจัยพบว่าความพร้อมในการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลของ ผู้บริหารสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ตามภาระงานทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การบริหารวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป โดยภาพรวม มีความพร้อมในการบริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับมาก ยกเว้นการบริหารวิชาการที่มีความพร้อมในระดับปานกลาง
ความพร้อมในการบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารจาแนกตามปัจจัยด้านผู้บริหาร สถานศึกษา ได้แก่ตาแหน่งทางการบริหาร และระดับการศึกษามีความพร้อมไม่แตกต่างกัน มีเพียงด้านประสบการณ์การทางานเท่านั้นที่มีความแตกต่างกัน การจาแนกตามปัจจัยโรงเรียน ได้แก่ ขนาดของโรงเรียน และเกณฑ์ครูต่อจานวนนักเรียนมีความแตกต่างกัน
ส่วนความต้องการในการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาตามภาระงานทั้ง 4 ด้าน ใน 3 ลาดับแรก ประกอบด้วย การบริหารวิชาการพบว่าผู้บริหารมีความต้องการพัฒนาด้านหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา การวัดประเมินผล และการเทียบโอน ในด้านการบริหารงบประมาณพบว่าผู้บริหารมีความต้องการพัฒนาด้านการบริหารการเงินและบัญชี การจัดทางบประมาณ การตรวจสอบติดตาม ประเมินผลและรายงานการใช้เงิน ในด้านการบริหารงานบุคคลพบว่าผู้บริหารมีความต้องการพัฒนาด้านการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ การวางแผนอัตรากาลังและกาหนดตาแหน่ง วินัยและการรักษาวินัย และในด้านการบริหารทั่วไปพบว่า ผู้บริหารมีความต้องการในการพัฒนาด้านการพัฒนาระบบและเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศโดยใช้เทคโนโลยี การบริหารงานธุรการ การจัดระบบบริหารและการพัฒนาองค์การ ตามลาดับ
สาหรับรูปแบบที่ผู้บริหารต้องการพัฒนาตามภาระงานทั้ง 4 ด้านได้แก่ การจัด การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การอบรม การนิเทศโดยผู้รู้ ศึกษาพัฒนาด้วยตนเอง การใช้ชุดฝึกอบรมการศึกษาต่อ และการศึกษาดูงาน ตามลาดับ


ดาวน์โหลดเอกสาร