บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

การศึกษาความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจผ้าหม้อห้อมของชุมชน บ้านทุ่งโฮ้ง ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่


ผู้วิจัย : นายจตุรภัทร อิ่มเพ็ง
หลักสูตร : ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : การวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น
อาจารย์ที่ปรึกษา : อาจารย์ ดร. สุนันทา เอี่ยมสำอางค์
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : ผู้ช่วยศาสตร์จารย์ ดร. สิริวันทน์ ชัยญาณะ

บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจผ้าหม้อห้อมของชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง ตาบลทุ่งโฮ้ง อาเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ในด้านการผลิต การจาหน่ายและการบริโภคผ้าหม้อห้อม ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจผ้าหม้อห้อมของชุมชน และแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจผ้าหม้อห้อมของชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสารวจโดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จานวน 4 ฉบับ มีความเที่ยงตรงตามเนื้อหา (Content Validity) ของแบบสอบถาม ดังนี้ แบบสอบถามการผลิตผ้าหม้อห้อมได้ค่า ? เท่ากับ 0.89 แบบสอบถามการจาหน่ายผ้าหม้อห้อมได้ค่า ? เท่ากับ 0.75 แบบสอบถามการบริโภคผ้าหม้อห้อมได้ค่า ? เท่ากับ 0.73 และแบบสอบถามแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจผ้าหม้อห้อมได้ค่า ? เท่ากับ 0.84 และกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ผลิตผ้าหม้อห้อม จานวน 14 คน ผู้จาหน่ายผ้าหม้อห้อม จานวน 34 คน ผู้บริโภคผ้าหม้อห้อม จานวน 80 คนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจผ้าหม้อห้อม จานวน 26 คน โดยผู้วิจัยเป็นผู้รวบรวมข้อมูลด้วยตนเองและวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละและใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า ปัจจุบันผู้ผลิตและผู้จาหน่ายผ้าหม้อห้อมสามารถดาเนินการผลิตและการจาหน่ายผ้าหม้อห้อมด้วยตนเองและพึ่งพาตนเองได้ด้วยกลุ่มของตน สมาชิกชุมชนบ้านทุ่งโฮ้งมีรายได้ทาให้เศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้นและมีความเข้มแข็งในด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
ด้านการผลิตผ้าหม้อห้อม คือ การผลิตผ้าหม้อห้อมได้รับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เมื่อในอดีตการผลิตผ้าหม้อห้อมเป็นการใช้วัสดุจากต้นห้อมมาหมักเป็นสีครามเข้มแล้วทาเป็นน้าห้อมใช้สาหรับย้อมผ้า ส่วนปัจจุบันการผลิตได้เปลี่ยนการทาน้าห้อมสาหรับย้อมสาหรับผ้าใช้สารเคมีเป็นส่วนผสมเพราะมีความสะดวก รวดเร็วและสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ผู้ผลิตผ้าหม้อห้อมมีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์หม้อห้อม กลุ่มผลิตภัณฑ์หม้อห้อมประยุกต์และกลุ่มแม่บ้าน โดยการระดมทุนซื้อหุ้นของสมาชิกและเฉลี่ยคืนผลกาไร แรงงานที่ใช้ผลิตส่วนใหญ่เป็นแรงงานภายในหมู่บ้าน วัสดุและอุปกรณ์ส่วนใหญ่บางอย่างซื้อมาจากร้านสหกรณ์หม้อห้อม การบริหารและการจัดการผลิตผู้ผลิตดาเนินการด้วยตนเองทั้งหมดทาให้สามารถพึ่งตนเองได้ ปัจจุบันการผลิตมีการประยุกต์รูปแบบผลิตภัณฑ์ผ้าหม้อห้อมให้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับผู้บริโภค ซึ่งเอกลักษณ์ของชุมชนบ้านทุ่งโฮ้งกาหนดขนาดผ้าหม้อห้อมใช้สัญลักษณ์เลข (0) กาหนดคุณภาพผ้าหม้อห้อม ถ้าเป็นผ้าหม้อห้อมที่ฟอกจะเป็นเกรด เอ เพราะสีของผ้าหม้อห้อมเวลาซักสีตกน้อยกว่าการผลิตผ้าหม้อห้อม การผลิตได้มากจะเป็นช่วงก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์ ปัจจัยการผลิตผ้าหม้อห้อม คือ สภาพแวดล้อมของชุมชนที่มีการผลิตและได้รับส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทาให้ผ้าหม้อห้อมเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดแพร่ที่มีการสวมใส่กันมากเพราะราคาไม่แพง ผลกระทบต่อการผลิต คือ คุณภาพและราคาผ้าหม้อห้อมไม่เป็นมาตรฐาน
ด้านการจาหน่ายผ้าหม้อห้อม คือ ผู้จาหน่ายผ้าหม้อห้อมมีการจาหน่ายทั้งปลีกและส่งให้ลูกค้าทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดซึ่งจะส่งให้ฟรีถ้าลูกค้าสั่งในปริมาณที่มาก การหาลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดด้วยการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา การส่งเสริมการจาหน่ายโดยรับเปลี่ยนสินค้าหากสินค้าชารุดหรือต้องการเปลี่ยนขนาด มีการจาหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าหม้อห้อมที่มีรูปแบบประยุกต์และหลากหลายแบบเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการผู้บริโภค ผู้จาหน่ายส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของสหกรณ์หม้อห้อมเพราะมีการเฉลี่ยผลกาไรให้กับสมาชิกและได้รับการช่วยเหลือ ให้นาสินค้าจากร้านหมุนเวียนไปจาหน่ายยังต่างจังหวัดเพราะผ้าหม้อห้อมเป็นสินค้า 1 ตาบล 1 ผลิตภัณฑ์ของตาบลทุ่งโฮ้งและจาหน่ายผ้าหม้อห้อมที่ได้มาก คือในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทาให้ผู้ผลิตมีการกักตุนผ้าหม้อห้อมไว้ในปริมาณที่มาก การกาหนดราคาผ้าหม้อห้อมโดยยึดต้นทุนผลิตและรวมกับกาไร ผลกระทบต่อการจาหน่าย คือ ราคาและคุณภาพผ้าหม้อห้อมไม่เป็นในทิศทางเดียวกัน ปัจจัยที่ทาให้มีการจาหน่ายผ้าหม้อห้อม คือ เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคยังมีความต้องการและราคาไม่แพง
ด้านการบริโภคผ้าหม้อห้อม คือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมใช้ผ้าหม้อห้อมที่มีการฟอกสีและชอบผ้าหม้อห้อมที่มีรูปแบบประยุกต์เพราะมีความทันสมัยสามารถสวมใส่ในโอกาสต่าง ๆ ได้ ซึ่งยังมีความต้องการผ้าหม้อห้อมแบบย้อมจากวัสดุจากธรรมชาติเพราะทาให้สีตกน้อยและทาให้เวลาซักผ้าหม้อห้อมไปนาน ๆ สีหม้อห้อมจะจางลงเป็นสีครามเข้ม และผู้บริโภคมีความต้องการให้ประยุกต์ผ้าหม้อห้อมในรูปแบบต่าง ๆ หรือเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยผู้บริโภคมีความเห็นว่า ผ้าหม้อห้อมที่ดีสีไม่ตกและราคาไม่แพงโดยเฉลี่ยราคาตัวละ 100 – 150 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาและคุณภาพมีความเห็นว่ามีความเหมาะสมและยังคงซื้อต่อไปเพราะมีความต้องสวมใส่ ผ้าหม้อห้อมในทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ ปัจจัยที่ทาให้ซื้อผ้าหม้อห้อม คือ ซื้อเป็นของฝากและสามารถสวมใส่ได้ทุกโอกาส ผลกระทบการบริโภคผ้าหม้อห้อมคือผ้าหม้อห้อมเวลาซักสีตก
ปัญหาด้านการผลิตผ้าหม้อห้อม คือ มีการแข่งขันกันผลิตในปริมาณมากแต่ไม่มีคุณภาพและการบรรจุหีบห่อยังไม่ได้รับการพัฒนา แนวทางแก้ไข คือ จัดประชุมปรึกษาหารือกับผู้ผลิต เพื่อกาหนดมาตรฐานคุณภาพผ้าหม้อห้อม ให้ความรู้ในการประยุกต์การผลิตและการบรรจุหีบห่อให้ทันสมัย ปัญหาการจาหน่าย คือ การจาหน่ายผ้าหม้อห้อมตัดราคาหน้าร้านและการแข่งขันกันสูงโดยไม่คานึงคุณภาพผ้าหม้อห้อม แนวทางแก้ไข คือ ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบราคาและคุณภาพการผลิตและการจาหน่ายผ้าหม้อห้อม สาหรับปัญหาการบริโภคผ้าหม้อห้อม คือ เวลาซักผ้าหม้อห้อมสีตก รูปแบบไม่ทันสมัย ขนาด ราคาและคุณภาพไม่เป็นในทิศทางเดียวกัน แนวทางแก้ไข คือ ควรพัฒนาการผลิตผ้าหม้อห้อมให้มีคุณภาพและมาตรฐานรวมทั้งพัฒนารูปแบบการผลิตให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค มีการรณรงค์ให้ใช้สินค้าพื้นเมืองเพราะเป็นภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของท้องถิ่น
แนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการผลิตผ้าหม้อห้อม คือควรปรับปรุงคุณภาพผลผลิตโดยให้หน่วยงานสหกรณ์หม้อห้อมมีบทบาทโดยให้ความรู้แก่ผู้ผลิตและเทคนิคการผลิตแบบใหม่ แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการจาหน่ายผ้าหม้อห้อมคือใช้เทคโนโลยีในด้านคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบบาร์โค้ดและ E - Commerce มีการจดทะเบียนลิขสิทธิ์สินค้าผ้าหม้อห้อมเพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ แนวทางการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริโภคผ้าหม้อห้อมให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนรณรงค์การใส่ผ้าหม้อห้อมในโอกาสต่าง ๆ และใช้ผ้าหม้อห้อมเป็นสินค้าหรือของที่ระลึกของจังหวัดแพร่


ดาวน์โหลดเอกสาร