บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

การสร้างหลักสูตรสถานศึกษารายวิชาเพิ่มเติมอาชีพในท้องถิ่น : การทำเมี่ยง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6


ผู้วิจัย : ดลนภา อุปนันท์
หลักสูตร : ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : หลักสูตรและการสอน
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์อนงค์ศิริ วิชาลัย
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : รองศาสตราจารย์ศิริพร ขีปนวัฒนา

บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหลักสูตรสถานศึกษา รายวิชาเพิ่มเติม อาชีพในท้องถิ่น : การทาเมี่ยงและเพื่อประเมินหลักสูตรสถานศึกษา รายวิชาเพิ่มเติมเรื่อง อาชีพท้องถิ่น : การทาเมี่ยงรูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2556 สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 จานวน 14 คน ผู้ปกครองนักเรียน จานวน 14 คน ครูโรงเรียนวัดบ้านเหล่าจานวน 2 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จานวน 9 คน และผู้บริหารสถานศึกษา จานวน 1 คน รวมทั้งสิ้น จานวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง การสนทนากลุ่ม แบบประเมินหลักสูตรแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ แบบประเมินความพึงพอใจและแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักสูตร วิเคราะห์ข้อมูลโดยขั้นตอนการศึกษาข้อมูลพื้นฐานใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ขั้นตอนการสร้างหลักสูตรใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) ขั้นตอนการใช้หลักสูตรใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าร้อยละ(Percentage) ขั้นการประเมินหลักสูตรใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าร้อยละ (Percentage) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้หาความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญ ผลการวิจัยพบว่า
1. การสร้างหลักสูตร ผู้วิจัยได้สร้างหลักสูตรสถานศึกษารายวิชาเพิ่มเติม อาชีพในท้องถิ่น : การทาเมี่ยง โดยมีองค์ประกอบได้แก่ วิสัยทัศน์ หลักการ เป้าหมาย จุดมุ่งหมาย โครงสร้าง คาอธิบายรายวิชา เวลาเรียน แนวการจัดการเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผล สื่อการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ จานวน 10 แผน ซึ่งหลักสูตรมีความเหมาะสมระดับมากที่สุด เนื้อหาของหลักสูตรมีความสอดคล้องกับจุดประสงค์และมีความเหมาะสมที่จะนาไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษา รายวิชาเพิ่มเติม อาชีพในท้องถิ่น : การทาเมี่ยง พบว่านักเรียนมีความสนใจในการเรียนเรื่องอาชีพท้องถิ่น : การทาเมี่ยงและตั้งใจทากิจกรรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ กล้าซักถาม กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุมีผล สืบเสาะหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ ทางานเป็นกลุ่มและวางแผนแบ่งงานตามหน้าที่รับผิดชอบ ปฏิบัติกิจกรรมอย่างมุ่งมั่น
2. การประเมินหลักสูตร ผลการประเมินและปรับปรุงหลักสูตร โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ โดยประเมิน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบริบท ด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านกระบวนการและด้านผลผลิต พบว่า การประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้นมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.98 รวมค่าเฉลี่ย 4 ด้านเท่ากับ 4.81 อยู่ในระดับ มากที่สุด แสดงว่าหลักสูตรมีความเหมาะสม นาไปใช้ได้


ดาวน์โหลดเอกสาร