บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

ปัจจัยที่มีผลต่อขวัญและกำลังใจในการทำงานของพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่


ผู้วิจัย : นายภาสกร แห่งศักดิ์ศรี
หลักสูตร : บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขา : การบริหารธุรกิจ
อาจารย์ที่ปรึกษา : อาจารย์ ดร.กาญจนา สุระ
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : ไม่มี

บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับขวัญและกาลังใจ ปัจจัยที่มีผลต่อขวัญและกาลังใจ และเพื่อหาแนวทางในการยกระดับขวัญและกาลังใจในการทางานของพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สมมติฐานการวิจัย คือปัจจัยจูงใจและปัจจัยธารงรักษามีอิทธิพลทางบวกต่อขวัญและกาลังใจในการทางานของพนักงาน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Method Research) โดยใช้วิธีสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) เก็บข้อมูลจากพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ ตั้งคาถามข้อเดียวลักษณะเป็นปลายเปิด แล้วนาข้อมูลที่ได้มาสกัดว่าอยู่ในปัจจัยจูงใจ หรือปัจจัยธารงรักษา และแจกแจงความถี่ว่าผู้ให้ข้อมูลกล่าวถึงปัจจัยใดมากที่สุด แล้วนาข้อมูลที่ได้มากาหนดเป็นตัวแปรอิสระ โดยมีทฤษฎีสองปัจจัยเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย จากนั้นใช้วิธีเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม จากประชากร ที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จานวน 202 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ ผู้วิจัยได้แบ่งแบบสอบถามออกเป็น 4 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1.ข้อมูลพื้นฐานทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2. ข้อมูลเกี่ยวกับระดับขวัญและกาลังใจ ตอนที่ 3. ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยจูงใจและปัจจัยธารงรักษา ตอนที่ 4. ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ทดสอบสมมติฐานโดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับขวัญและกาลังใจในการทางาน โดยรวม อยู่ในระดับสูง ปัจจัยด้านความรับผิดชอบในงาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ที่ 4.13 และปัจจัยที่มีค่าเฉลี่ยต่าสุดคือ ปัจจัยด้านค่าจ้างและผลตอบแทน มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.03 การทดสอบสมมติฐานพบว่า ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของปัจจัยจูงใจและปัจจัยธารงรักษา ทุกด้านมีความสัมพันธ์ทางบวกเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับขวัญและกาลังใจของผู้ตอบแบบสอบถาม


ดาวน์โหลดเอกสาร