บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

สภาพเศรษฐกิจชุมชน : กรณีศึกษาบ้านแก่งปันเต๊า หมู่ที่ 10 ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่


ผู้วิจัย : นายศุภพันธ์ นันสุ
หลักสูตร : ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : การวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์ธงชัย วงษ์สมบูรณ์
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิริวันทน์ ชัยญาณะ

บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพเศรษฐกิจชุมชนในทัศนะของผู้ผลิต ผู้จาหน่ายและผู้บริโภค และศึกษาแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนในทัศนะของผู้ผลิต ผู้จาหน่าย ผู้บริโภค พัฒนาการอาเภอเชียงดาว พัฒนากรประสานงานตาบลแม่นะ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตาบลแม่นะ
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยในครั้งนี้ คือ พัฒนาการอาเภอเชียงดาว จานวน 1 คน พัฒนากรประสานงานตาบลแม่นะ จานวน 1 คน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตาบลแม่นะ จานวน 20 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ผู้ผลิต จานวน 10 คน ผู้จาหน่าย จานวน 10 คน ผู้บริโภคจานวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบโควต้า (Quota Sampling) โดยผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตัวเอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ (Frequency) หาค่าร้อยละ (Percentage) การหาค่าตัวกลางเลขคณิต (Arithmetic Mean) และการหาค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
1. สถานภาพส่วนตัวของผู้ผลิต ผู้จาหน่าย ผู้บริโภค พัฒนาการอาเภอเชียงดาว พัฒนากรประสานงานตาบลแม่นะ และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตาบลแม่นะ อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีดังนี้
1.1. ผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แต่งงานแล้ว มีอายุระหว่าง 26 – 35 ปี และมีวุฒิการศึกษาระดับประถมศึกษาตอนต้น
1.2. ผู้จาหน่ายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แต่งงานแล้ว มีอายุระหว่าง 36 – 45 ปี และมีวุฒิการศึกษาระดับประถมศึกษาตอนต้น
1.3 ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงแต่งงานแล้ว มีอายุระหว่าง 26–35 ปี และระหว่าง 46–55ปี และมีวุฒิการศึกษาระดับประถมศึกษาตอนต้น
1.4 พัฒนาการอาเภอเชียงดาว พัฒนากรประสานงานตาบลแม่นะ มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตาบลแม่นะ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แต่งงานแล้ว มีอายุระหว่าง 36 – 45 ปี และมีวุฒิการระดับประถมศึกษาตอนต้น
2. ทัศนะของผู้ผลิต ผู้จาหน่ายและผู้บริโภค เกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจชุมชนของบ้านแก่งปันเต๊า
หมู่ที่ 10 ตาบลแม่นะ อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีดังนี้
2.1 ทัศนะของผู้ผลิต
2.1.1 ผู้ผลิตมีทัศนะเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจชุมชนบ้านแก่งปันเต๊า ตาบลแม่นะ อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่เหมือนกันทั้งในอดีตและปัจจุบันคือ ผู้ผลิตส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างรายวัน ประกอบอาชีพตลอดทั้งปี มีฐานะยากจน มีรายได้ต่ากว่า 3,000 บาทต่อเดือน ไม่มีเงินเหลือเก็บ
2.1.2 ผู้ผลิตมีทัศนะเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจชุมชนบ้านแก่งปันเต๊า ตาบลแม่นะ อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่แตกต่างกันระหว่างอดีตกับปัจจุบัน คือ ในอดีตผู้ผลิตส่วนใหญ่ มีสมาชิกในครอบครัว 5 คน นาผลผลิตที่ได้ไปบริโภคเอง ใช้ทุนของตัวเองในการประกอบอาชีพ และไม่มีหนี้สิน แต่ปัจจุบันมีสมาชิกในครอบครัว 3 คน นาผลผลิตที่ได้ไปบริโภคเองและจาหน่าย กู้ยืมจากธนาคาร และมีหนี้สินมากกว่า 9,000.- บาทขึ้นไป
2.2 ทัศนะของผู้จาหน่าย
2.2.1 ผู้จาหน่ายมีทัศนะเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจชุมชนบ้านแก่งปันเต๊า ตาบลแม่นะ อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่เหมือนกันทั้งในอดีตและปัจจุบัน ดังนี้ คือ ผู้จาหน่ายส่วนใหญ่ประกอบอาชีพค้าขายประกอบอาชีพตลอดทั้งปี มีฐานะยากจน ผลผลิตที่ได้นาไปจาหน่าย ใช้ทุนของตัวเองในการประกอบอาชีพ ไม่มีเงินเหลือเก็บ ไม่มีแหล่งฝากเงินที่เหลือเก็บ และไม่มีหนี้สิน
2.2.2 ผู้จาหน่ายมีทัศนะเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจชุมชนบ้านแก่งปันเต๊า ตาบลแม่นะ อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่แตกต่างกันระหว่างอดีตกับปัจจุบัน คือ ในอดีตผู้จาหน่ายส่วนใหญ่มีรายได้ต่ากว่า 3,000 บาทต่อเดือน แต่ในปัจจุบันมีรายได้ 4,001 – 5,000 บาทต่อเดือน
2.3 ทัศนะของผู้บริโภค
2.3.1 ผู้บริโภคมีทัศนะเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจชุมชนบ้านแก่งปันเต๊า ตาบลแม่นะ อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่เหมือนกันทั้งในอดีตและปัจจุบัน ดังนี้ คือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ มีสมาชิกในครอบครัว 3 คน ประกอบอาชีพรับจ้างรายวัน ประกอบอาชีพตลอดทั้งปี ใช้ทุนของ ตัวเองในการประกอบอาชีพ มีรายได้ต่ากว่า 3,000.-บาทต่อเดือน ไม่มีเงินเหลือเก็บ ไม่มีแหล่งฝากเงินเหลือเก็บ และไม่มีหนี้สิน
2.3.2 ผู้บริโภคมีทัศนะเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจชุมชนบ้านแก่งปันเต๊า ตาบลแม่นะ อาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่แตกต่างกันระหว่างอดีตกับปัจจุบัน คือ ในอดีตผู้บริโภคส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและนาผลผลิตที่ได้นาไปบริโภคเอง แต่ปัจจุบันมีฐานะพอมีพอกิน และนาผลผลิตที่ได้นาไปจาหน่าย โครงการจะกาหนดวิธีดาเนินงาน แก้ไขปัญหาและพัฒนากลุ่ม
3. แนวทางในการสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ต้องมีลักษณะดังนี้
3.1 ต้องรักษามาตรฐานของกลุ่มไม่ตกต่า
3.2 สมาชิกในชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการดาเนินกิจกรรม
3.3 ต้องมีการแบ่งผลประโยชน์ให้สมาชิกอย่างเป็นธรรม
3.4 สินค้าที่นามาจาหน่ายต้องเป็นสินค้าที่สมาชิกในกลุ่มหรือในชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิต
3.5 สมาชิกภายในกลุ่มต้องมีความกล้าในการแสดงความคิดเห็น
3.6 การดาเนินกิจกรรมต้องมีขั้นตอนการทางานที่ชัดเจน
3.7 ต้องมีการประชุมสมาชิกอย่างสม่าเสมอเป็นการพัฒนากลุ่ม
3.8 สมาชิกต้องร่วมกันขยายตลาดจาหน่ายสินค้า
3.9 การดาเนินกิจกรรมต้องมีการระดมความคิดเห็นจากสมาชิก
3.10 ต้องมีการแบ่งหน้าที่การทางานให้กับสมาชิกกันอย่างชัดเจน
3.11 ต้องมีระเบียบ ข้อบังคับที่ใช้ภายกลุ่มที่ชัดเจน
3.12 ต้องมีการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้สมาชิก
3.13 ต้องมีผู้นาที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
3.14 ต้องมีการสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มภายในชุมชนและระหว่างชุมชน
3.15 ต้องได้รับการสนับสนุนเงินทุนและบุคลากรจากหน่วยงานของรัฐ


ดาวน์โหลดเอกสาร