บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

ท่วงทำนองทางภาษาและกลวิธีการถ่ายทอดธรรมะ ในงานเขียนของพระมหาสมปอง ตาลป ุ ตฺโต


ผู้วิจัย : สัญรญา นวลศิริ
หลักสูตร : ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : ภาษาไทย
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์สนิท สัตโยภาส
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : รองศาสตราจารย์นราวัลย์ พูลพิพัฒน์

บทคัดย่อ


 

 วิทยานิพนธ์เรื่องท่วงทำนองทางภาษาและกลวิธี การถ่ ายทอดธรรมะในงานเขียนของ
พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่ อศึกษ าท่วง ท า นอ ง ท าง ภาษ าใน ง าน เขียนของ
พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต แล ะ 2) เพื่อศึกษากลวิธี การถ่ายทอดธรรมะ ในงานเขียนของพระมหา
สมปอง ตาลปุตฺโต โดยศึกษาจากขอบเขตของข้อมูล จำนวน 10 เรื่อง จากท้้งหมด 53 เรื่อง และเสนอ
ผลการศึกษาแบบพรรณนาวิเคราะห์ ดั้งน้ ี
จากการศึกษาท่วงทำนองทางภาษาในงานเขียนของพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พบว่า
ผู ้เขี ย น ไ ด้ใช้ท่ ว ง ทำน อ ง ทา ง ภ า ษ า ที่ โด ด เด่ น ใน ง า น เขี ย น 3 ประเด็น คือ การเลือกใช้คำการเลือกใช้ประโยค และการเลือกใช้สำนวน

สุ ภาษิต คำคม โดยการเลือกใช้คำ พบ ว่า มี การใช้10 รูปแบบ ซึ่ งเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้การใช้คำซ้อน คำภาษาอังกฤษปนภาษาไทย
คำสัมผัสคล้องจอง คำสแลง คำสร้างจินตภาพ การเล่ นคำ คำที่ มี ความหมายโดยนัย คำ สร้างใหม่ คำ ภาษ าถิ่ น แล ะ คำ โบ ราณ ส่ วนในด้าน การเลือกใช้ประโยค พบว่า มีการเลือกใช้ 6 ลักษณะโดยเรี ยงลำดำบจากมากไปหาน้อย ดังนี้ การใช้ประโยคข้อแม้แสดงเงื่อนไข ประโยคแสดงเหตุผล
ป ร ะ โย ค แสด ง ค วา ม ข ัด แย ้ง ป ร ะ โย ค คู่ ข น าน ป ร ะ โย ค ย้า ค วาม เน้น คำ แล ะ ป ร ะ โยค สรุ ป ค วา ม
และในด้านการเลือกใช้ส านวน สุภาษิต คำคม พบว่า มี 3 ลักษณะ คือ การใช้สำนวน สุภาษิต ค ำคม
ที่ มี อยู่เดิม การดัดแปลงสำนวน สุภาษิต ค าคมจากต้นฉบับ และการคิดค้นส านวน สุภาษิต คำคม
ข้ึนใหม่ ท่วงท่านองทางภาษาที่ พระมหาสมปองได้ใช้ในงานเขียนอย่างสร้างสรรค์น้ ี เป็นเอกลักษณ์
เฉพาะที่ โดดเด่น ที่ ทำให้งานเขี ยนสละสลวยสื่ อความชัดเจนและให้ความหมายลึกซ้ึงกินใจแก่ผู้อ่านเป็นอยา่ งมาก

ในด้านกลวิธ๊ การถ่ายทอดธรรมะ ในงานเขียนของพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พบวา่ ผู้เขียน
ได้ถ่ายทอดธรรมะสู่ ผู้อ่านดว้ยกลวิธีการเขียนที่หลากหลายและแยบยล มีทั้งหมด 4 ส่ วน ได้แก่ กลวิธีการต้้งชื่อเรื่องกลวิธีการเปิดเรื่อง กลวิธีการดำเนินเรื่อง และกลวิธีการปิ ดเรื่อง โดยในด้านกลวิธีการตั้ง ชื่อเรื่องนั้นปรากฏที่เป็นลักษณะเฉพาะของผู้เขียนท้้งหมด 9 รูปแบบ เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย
ได้ด ังนี้  การ ต้้ง ชื่ อ เรื่ อ ง ต าม สาร ะ ส ำคัญ ห รื อ แก่ นเรื่ อ ง แบ บ ยั่วให้เกิด ความ สงสัย ให้ข้อคิดและ
การเตือนสติ ใช้คำถาม ให้คำแนะนำ ใช้คำแบบมีจังหวะสัมผัสและเล่นคำ ใช้สำนวน สุภาษิตและคำคม
ใช้คำที่มีความหมายโดยนัย และใช้คำ ตรงกันข้าม ในด้านกลวิธีการเปิดเรื่อง พบ 14 กลวิธี ซึ่งเรียงลำดับ
จากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ การเปิดเรื่องด้วยการบรรยายตรงประเด็น การแสดงความคิดเห็นหรือ
การแสดงทัศนะ การใช้สำนวน สุภาษิต คำคม การสรุปสาระสำคัญของเรื่อง การนิยาม การพรรณนา
ให้เกิดจินตภาพ การถาม – ตอบ การอ้างอิงคำสอนหรื อคำพู ด ข อง บุ ค ค ล การเล่ าป ร ะ สบ การ ณ์
การอ้างอิงประวัติบุคคลสำคัญ การใช้บทกวีหรือคำประพันธ์ การให้ความรู้ การใช้มุขตลก และการใช้เพลง ส่วนในด้านกลวิธี การดำเนินเรื่องปรากฏในงานเขี ยน

อย่างโดดเด่น ทั้ง หมด 12 รูปแบบโดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้ด ้งน้ ี้ การดำเนินเรื่ องโดยการยกตัวอย่าง การใช้โวหารภาพพจน์
การแสดงความคิดเห็นหรือแสดงทัศนะ การให้ข้อคิด เตือนสติ การให้คำแนะนำ การพรรณนาเชิงเปรียบเทียบ การอ้างอิง การนิยาม การถาม – ตอบ การให้ความรู้ การล้อเลียน ประชดประชัน เสียดสี และการใช้เพลง และประการสุดท้ายกลวิธีการปิดเรื่อง พบท้้ง หมด 8 กลวิธี โดยเรียงลำดับจากมาก
ไปหาน้อย ได้ดังนี้  การปิดเรื่องด้วยการสรุปใจความส าคัญของเรื่อง การให้ข้อคิดเตือนสติ การให้แนวคิดแนะแนวทาง การแสดงความคิดเห็นหรือทัศนะ การใช้

วาทะ คำสอน การใช้คำถาม การใช้บทประพันธ์และการทิ้งท้ายให้ผู้อ ้านคิดต่อ กลวิธี การถ่ายทอดธรรมะที่ หลากหลายและสมบู รณ์แบบ
มีการลำดับ เรื่ องราวให้มี ความต่อเนื่อง สอดคล ้องและเชื่ อมโยงกัน ได้อย่างงดงามและน่ าอัศจรรยน ์
นับเป็ นอุบายในการถ่ ายทอดธรรมะที่ สร้างสรรค์ แยบยล ทำให้ผู้อ ่านเข้าใจธรรมะได้กระจ่างแจ ้ง
และสามารถนำคติธรรมค าสอนไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตได้จริง ท้ง ั ยง ั ช่วยจรรโลงสังคมให้สงบสุ ข
และธำรงศาสนาให้เจริ ญรุ่ งเรืองสืบไป
 


ดาวน์โหลดเอกสาร