บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

: ความรู้และทักษะในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน


ผู้วิจัย : วินัย พันอ้วน
หลักสูตร : สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : สาธารณสุขศาสตร์
อาจารย์ที่ปรึกษา : อาจารย์ ดร.จิติมา กตัญญู
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : อาจารย์ ดร.วันทนีย์ ชวพงค์

บทคัดย่อ


บทคัดย่อ

การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยครอบครัวและปัจจัยด้านงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ (2)  ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และทักษะในการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 194 คน และแบบการสังเกตเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 20 คน ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า

1. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 71.6 มีอายุอยู่ในช่วง 41-50 ปี ร้อยละ 46.4 มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 82.0 จบการศึกษาสูงสุดในระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 48.5 มีอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 44.8 และมีรายได้ไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 43.8

2. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีจำนวนสมาชิกในครอบครัว 4 คน  ร้อยละ 33.5 อยู่อาศัยแบบครอบครัวเดี่ยว (สามี ภรรยา บุตร) ร้อยละ 76.3 มีบทบาทในครอบครัวเป็นสมาชิกครอบครัว ร้อยละ 57.8 ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวในการเป็น อสม. เป็นอย่างดี ร้อยละ 89.7

3. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระยะเวลาในการทำงานเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข มาแล้ว  9 -13 ปี ร้อยละ 32.0 มีส่วนร่วมในงานสาธารณสุขบ่อยครั้งมาก/เข้าร่วมทุกครั้ง ร้อยละ 61.3 มีความถี่ในการอบรมต่อปีจำนวน 2-4 ครั้ง/ปี ร้อยละ 61.3 มีจำนวนครัวเรือนในความรับผิดชอบ 11-20 ครัวเรือน/คน ร้อยละ 72.2 เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขระดับหมู่บ้าน ร้อยละ 89.7 ได้รับข่าวสารโรคไข้เลือดออกจากการเข้าประชุม/อบรม ร้อยละ 89.2 มีความคาดหวังในการปฏิบัติงานโรคไข้เลือดออกในระดับมาก ร้อยละ 66.5  

4. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความรู้เกี่ยวกับการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกในภาพรวมระดับมาก ร้อยละ 99.5 โดยมีความรู้มากที่สุดในเรื่องการกำจัดลูกน้ำยุงลายโดยการคว่ำภาชนะไม่ให้มีน้ำขัง ควรทำต่อเนื่องติดต่อกันทุก 7 วัน ร้อยละ 98.5 รองลงมาในเรื่องไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่ออันตราย โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคและเรื่องผู้ที่ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกแล้วสามารถเป็นซ้ำได้ หากถูกยุงลายที่มีเชื้อโรคไข้เลือดออกกัด ร้อยละ 97.4 และน้อยที่สุดมีความรู้ปานกลางในเรื่องโรคไข้เลือดออกเกิดจากการได้รับเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีการติดต่อของโรคโดยมียุงลายเป็นพาหะ ร้อยละ 39.2

5. กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีทักษะการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกในภาพรวมระดับสูง โดยมีทักษะมากที่สุดในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ อสม. ในการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก ได้มีการติดตาม เฝ้าระวัง  และรายงานผลให้หน่วยงานสาธารณสุขทราบผลอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 89.7 รองลงมาแนะนำวิธีควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกให้กับชาวบ้าน ด้วยการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย เช่น วิธีการป้องกันไม่ให้ถูกยุงลายกัด การสาธิตวิธีการใส่เกลือในแหล่งน้ำขัง เป็นต้น ร้อยละ 85.1 และมีความรู้น้อยที่สุดในเรื่องมีส่วนร่วมในการป้องกันการเพาะพันธุ์ยุงลาย ด้วยการพ่นหมอกควันในพื้นที่เสี่ยง ทั้งแหล่งน้ำขังและท่อระบายน้ำ อย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง ร้อยละ 61.3

6. ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้กับทักษะในการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกในภาพรวม ไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

 

คำสำคัญ:  ความรู้และทักษะ, โรคไข้เลือดออก, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน


ดาวน์โหลดเอกสาร