บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

การประเมินเบื้องต้นการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ของส้วมสาธารณะในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่


ผู้วิจัย : นางแสงจันทร์ กล่อมเกษม
หลักสูตร : สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : สาธารณสุขศาสตร์
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์ ณรงค์ ณ เชียงใหม่
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : อาจารย์ ดร.จิติมา กตัญญู

บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ส้วมสาธารณะและประเมินเบื้องต้นการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (Coliform bacteria) ในสถานที่ตั้งส้วมสาธารณะในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 10 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่สถานีบริการน้ามันเชื้อเพลิง ห้องอาหารโรงแรม ตลาดสด โรงเรียน ศาสนสถาน สถานที่ราชการ แหล่งท่องเที่ยว สถานีขนส่งทางบก โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยและสวนสาธารณะ จานวน 84 แห่ง ระหว่างเดือน มีนาคม – พฤษภาคม พ.ศ. 2554 โดยใช้แบบประเมินมาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ (HAS) และชุดทดสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรียอย่างง่าย (SI-2) เก็บตัวอย่างการปนเปื้อนอุจจาระบริเวณจุดสัมผัสภายในห้องส้วมชาย และหญิง 13 จุด ได้แก่ สายฉีดชาระหรือขันน้า พื้น ห้องส้วม ฝารองโถส้วมนั่งราบ ก๊อกน้าอ่างล้างมือ ที่กดโถส้วมหรือก็อกน้าในส้วม ที่กดโถปัสสาวะชาย และกลอนประตูหรือลูกบิดประตูด้านในห้องส้วมแต่ละห้อง รวมทั้งหมด 922 จุด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาเพื่อหาค่าร้อยละ ผลการศึกษาปรากฏดังนี้
ผลการศึกษามาตรฐานส้วมสาธารณะพบว่า ผ่านเกณฑ์ HAS เพียง 4 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 4.8 คือห้องส้วมในสถานีขนส่งทางบก สถานีบริการน้ามันเชื้อเพลิง สถานที่ราชการและในศาสนสถาน ในเกณฑ์ความสะอาด (Healthy : H) ที่ผ่านเกณฑ์มากที่สุด 3 ลาดับแรกคือ สภาพ ท่อระบายสิ่งปฏิกูลและถังเก็บกักน้าไม่รั่ว แตกหรือชารุด มีน้าใช้สะอาด เพียงพอ ไม่มีลูกน้ายุง ภาชนะเก็บกักน้า ขันตักน้า สะอาด อยู่ในสภาพดีใช้งานได้ และอ่างล้างมือ ก๊อกน้า กระจก สะอาด ไม่มีคราบสกปรก อยู่ในสภาพดีและใช้งานได้ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 90.5, 89.3 และ 82.1 ตามลาดับ
ปัญหาที่พบมาก ได้แก่ จัดให้มีการทาความสะอาดและระบบการควบคุมตรวจตราเป็นประจา ร้อยละ 48.8 การเตรียมสบู่สาหรับล้างมือพร้อมใช้ตลอดระยะเวลาการให้บริการ ร้อยละ 42.9 เกณฑ์ความเพียงพอ (Accessibility : A) ส้วมสาธารณะพร้อมใช้งานตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 97.6 การจัดให้มีส้วมนั่งราบสาหรับผู้พิการผู้สูงวัย หญิงตั้งครรภ์และประชาชนทั่วไป อย่างน้อยหนึ่งที่ ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 86.9 เกณฑ์ความปลอดภัย (Safety : S) บริเวณที่ตั้งส้วมต้องไม่อยู่ที่ลับตา/เปลี่ยวส้วมสาธารณะทั้งหมด 84 แห่ง สามารถผ่านเกณฑ์ได้ ร้อยละ100 แสงสว่างเพียงพอ สามารถเห็นได้ทั่วบริเวณ มีส้วมสาธารณะผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 98.8 กรณีที่มีห้องส้วมตั้งแต่ 2 ห้องขึ้นไป ให้แยกเป็นห้องส้วมสาหรับชาย – หญิง โดยมีป้ายหรือสัญลักษณ์ที่ชัดเจนและประตู ที่จับเปิด – ปิด และที่ล็อคด้านใน สะอาด อยู่ในสภาพดี ใช้งานได้ มีส้วมสาธารณะผ่านเกณฑ์ได้ ร้อยละ 95.2 เท่ากัน ส่วนพื้นห้องส้วมแห้ง ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 78.6 ตามลาดับ
ผลการศึกษาการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย พบว่า ส้วมสาธารณะในสวนสาธารณะพบการปนเปื้อนมากที่สุด ร้อยละ 36.4 รองลงมาคือตลาดสด ร้อยละ 34.6 และโรงเรียนร้อยละ 33.3 ตามลาดับ ส่วนส้วมสาธารณะในห้องอาหารโรงแรมพบการปนเปื้อนน้อยที่สุด เพียงร้อยละ 1.4 การปนเปื้อนในห้องส้วมชายพบร้อยละ 18.9 ส้วมหญิงพบ ร้อยละ 18.4 แต่ในประเภทพื้นที่จุดสัมผัสเดียวกันพบว่า ในส้วมหญิงมีการปนเปื้อนมากกว่าส้วมชาย โดยพบการปนเปื้อนสูงสุด ที่พื้นห้องส้วม (หญิง ร้อยละ 65. 5, ชาย ร้อยละ 57.1) ในส้วมชายพบการปนเปื้อน 3 ลาดับแรกดังนี้ พื้นห้องส้วม ร้อยละ 57.1 ก๊อกอ่างล้างมือ ร้อยละ 14.6 สายฉีด/ขันน้าเพื่อชาระ ร้อยละ 13.1 และที่กดโถปัสสาวะพบการปนเปื้อนน้อยที่สุดคือร้อยละ 1.6 ส่วนใน ส้วมหญิง พบการปนเปื้อน 3 ลาดับแรกดังนี้ พื้นห้องส้วม ร้อยละ 65.5 ฝารองนั่งโถส้วม ร้อยละ 48.7 สายฉีด/ขันน้าเพื่อชาระ ร้อยละ17.9 และ ที่กดโถส้วม/ก๊อกน้าในส้วมพบการปนเปื้อนน้อยที่สุดคือร้อยละ 12.5
จากผลการศึกษาปัญหาการไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะและตรวจพบ โคลิฟอร์มแบคทีเรีย จึงมีข้อเสนอแนะให้มีการเผยแพร่ความรู้ การรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักในประเด็นเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะที่ถูกต้อง แก่เจ้าของสถานที่ตั้งส้วม และมีการตรวจสอบความสะอาดเรียบร้อยอย่างสม่าเสมอ ภาครัฐควรสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงห้อง ส้วมสาธารณะให้ได้มาตรฐาน เช่น การจัดประกวดส้วมสาธารณะสะอาดปลอดภัย น่าใช้บริการ การบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายต่างๆ และการเพิ่มองค์ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งควรศึกษา ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาส้วมสาธารณะในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ให้ได้มาตรฐานตามเป้าหมายการพัฒนาส้วมสาธารณะไทยต่อไป


ดาวน์โหลดเอกสาร