บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

การศึกษาโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของนิทานพื้นบ้านไทใหญ่ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่


ผู้วิจัย : ขวัญใจ ฟองมูล
หลักสูตร : ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : ภาษาไทย
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์สนิท สัตโยภาส
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : รองศาสตราจารย์รังสรรค์ จันต๊ะ

บทคัดย่อ


การวิจัย เรื่อง การศึกษาโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของนิทานพื้นบ้านไทใหญ่ อาเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมนิทานพื้นบ้านไทใหญ่ในอาเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อศึกษาวิเคราะห์โครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของนิทานพื้นบ้านไทใหญ่
ผลการศึกษาพบว่า นิทานพื้นบ้านไทใหญ่ในอาเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ รวบรวมได้ทั้งหมด 69 เรื่อง ซึ่งจาแนกได้ 8 ประเภท ได้แก่ 1) นิทานอธิบายเหตุมี 17 เรื่อง 2) นิทานคติธรรมมี 14 เรื่อง 3) นิทานชีวิตมี 12 เรื่อง 4) นิทานมหัศจรรย์มี 11 เรื่อง 5) นิทานสัตว์มี 8 เรื่อง 6) นิทานมุขตลกมี 5 เรื่อง 7) นิทานเฉพาะถิ่นมี 1 เรื่อง และ 8) นิทานศาสนามี 1 เรื่อง เมื่อนามาวิเคราะห์โครงสร้างโดยใช้ทฤษฎีโครงสร้างนิทานของวลาดิมีร์พรอพพ์(Vladimir Propp) ผู้ศึกษาพบโครงสร้างของนิทานพื้นบ้านไทใหญ่ทั้งหมด 9โครงสร้าง ซึ่งโครงสร้างของนิทานพื้นบ้าน ไทใหญ่แต่ละประเภทมีตัวกาหนดพฤติกรรมและการดาเนินเรื่องของนิทานตามแนวความคิด 2 ประการ คือ 1) ความคิดสากล ที่เป็นเช่นนี้เพราะนิทานพื้นบ้านในทุกชนชาติทุกภาษาจะมีพฤติกรรมที่เหมือนกับโครงสร้างหลักของนิทานรัสเซียที่พรอพพ์ (Vladimir Propp) ใช้จึงเป็นความคิดที่มีความเป็นสากล และ 2) ความคิดที่สอดคล้องกับหลักพระพุทธศาสนาที่เป็นเช่นนี้เพราะชาวไทใหญ่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา นอกจากนี้นิทานพื้นบ้านไทใหญ่มีโครงสร้างนิทานที่มีความเป็นพื้นบ้านไทใหญ่ที่เป็นตัวกาหนดการดาเนินเรื่องซึ่งไม่เหมือนกับนิทานที่มีความเป็นสากลทั่วไป
ผลการวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของนิทานพื้นบ้านไทใหญ่โดยใช้ทฤษฎีโครงสร้าง-หน้าที่ (Structural-Functionalism) ของวิลเลียม บาสคอม (William Bascom) พบว่านิทานพื้นบ้านไทใหญ่อาเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่มีบทบาทหน้าที่สาคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1) บทบาทหน้าที่ในการอธิบายที่มา อธิบายเหตุผลของสิ่ง
ต่างๆ 2) บทบาทหน้าที่ในการให้การศึกษาทางสังคมและท้องถิ่น 3) บทบาทหน้าที่ในการรักษามาตรฐานทางพฤติกรรมที่เป็นแบบแผนของสังคม 4)บทบาทหน้าที่ให้ความบันเทิง ซึ่งบทบาทหน้าที่ทั้ง 4 ประการนี้เป็นพื้นฐานของบทบาทหน้าที่ของนิทานพื้นบ้านทั่วไปและเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการยึดมั่นในความดี ต้องการสร้างบรรทัดฐานในการอยู่ร่วมกันในชุมชนนอกจากนี้นิทานยังสะท้อนความเป็นพื้นบ้านไทใหญ่ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากนิทานพื้นบ้านของชาติพันธุ์อื่น คือ1) ชาวไทใหญ่เป็นผู้ที่ชอบทาบุญและเชื่อในผลของการทาบุญ เชื่อในผลของการทาบาป 2) ชาวไทใหญ่ดาเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย ซึ่งจะเห็นได้จากการประกอบอาชีพของตัวเอก 3) ชาวไทใหญ่รักความสงบ แต่หากมีใครมาทาร้ายก็จะเกิดความอาฆาตแค้นและจะทาร้ายกลับไป ชาวไทใหญ่จะมีครอบครัวแบบผัวเดียวเมียเดียว และ 4) ชาวไทใหญ่จะเป็นทุคตะ มีความยากจน มีความพิการ ประสบกับความขาดแคลนในรูปแบบต่างๆ แต่มีสติปัญญา ปฏิภาณไหวพริบ จึงใช้สติปัญญา ปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้


ดาวน์โหลดเอกสาร