บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก ของประชาชนในเขตตำบลท่าเดื่อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่


ผู้วิจัย : วัชระ กันทะโย
หลักสูตร : สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : สาธารณสุขศาสตร์
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์ณรงค์ ณ เชียงใหม่
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : รองศาสตราจารย์วราภรณ์ ศิริสว่าง

บทคัดย่อ


การวิจัยเชิงพรรณนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะ ทางประชากรและปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ปัจจัยนา ปัจจัยเอื้อ และปัจจัยเสริมที่มีผลต่อการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของประชาชนในเขตตาบลท่าเดื่อ อาเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ โดยประยุกต์แนวคิดทฤษฎีการวิเคราะห์พฤติกรรมสุขภาพ PRECEDE Model ของ Green & Kreuter ประกอบด้วยปัจจัยนาได้แก่ ความรู้ ความคิดเห็น และการรับรู้ต่อการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกปัจจัยเอื้อ ได้แก่ ความพอเพียงของทรัพยากรและการมีทักษะในการใช้ทรัพยากรในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกและปัจจัยเสริมได้แก่ การได้รับคาแนะนาหรือกระตุ้นเตือนจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรืออาสาสมัครสาธารณสุขหรือบุคคลที่ใกล้ชิด สาหรับกลุ่มตัวอย่าง ได้จากการคัดเลือกผู้ที่เป็นหัวหน้าครัวเรือนหรือตัวแทน จานวน 302 ครัวเรือนในแต่ละหมู่บ้านในตาบลท่าเดื่อ อาเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เลือกโดยการสุ่มอย่างมีระบบ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สันและไคสแควร์
การศึกษาพบว่า อายุ การศึกษา สถานภาพ อาชีพ รายได้ มีความสัมพันธ์กับการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ.01 และเพศไม่มีความสัมพันธ์กับการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ.01 ผลการศึกษาด้านปัจจัยนาได้แก่ความรู้ (P=0.000), ความคิดเห็น (P=0.000), การรับรู้ (P =0.002) ปัจจัยเอื้อได้แก่ ความพอเพียงของทรัพยากรและสิ่งอานวยความสะดวกจากหน่วยบริการของภาครัฐในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก (P=0.000), และปัจจัยเสริมได้แก่ การได้รับคาแนะนาจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. หรือบุคคลใกล้ชิดในครอบครัวและการได้รับแรงจูงใจโดยการได้รับรางวัลจากส่วนราชการได้รับคาชมจากเจ้าหน้าที่ (P=0.007) มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 และพบว่าในส่วนของปัจจัยเอื้อได้แก่ การมีทักษะในการใช้ทรัพยากรป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก (P=0.416) ไม่มีความสัมพันธ์กับการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ.01
ดังนั้น รูปแบบการดาเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก จึงควรมุ่งเน้นสนับสนุนปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันและควบคุมโรค ได้แก่ ความรู้ ความคิดเห็น การรับรู้เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรคที่ถูกต้องและการสนับสนุนทรัพยากรในการป้องกัน และควบคุมโรคไข้เลือดออกให้พอเพียง รวมถึงการส่งเสริมการมีทักษะในการใช้ทรัพยากรป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีพฤติกรรม การป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกถูกต้องเหมาะสมยิ่งขึ้นส่งผลให้อัตราการป่วยด้วย โรคไข้เลือดออกลดลง


ดาวน์โหลดเอกสาร