บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

ปัจจัยและวิธีการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดของหมู่บ้าน ปลอดยาเสพติด ตำบลทาทุ่งหลวง อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน


ผู้วิจัย : ร้อยตำรวจเอกมานพ จิตต์จรูญพันธุ์
หลักสูตร : ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : การวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์สนิท สัตโยภาส
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีพรรณ สิทธิพงศ์

บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการดาเนินงานและมาตรการในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดของหมู่บ้านปลอดยาเสพติดของตาบลทาทุ่งหลวง อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสาเร็จในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดของหมู่บ้านปลอดยาเสพติด ตลอดจนการหาแนวทางในการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด วิธีการศึกษาเป็นการศึกษาทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจานวน 286 คน ที่ได้มาจากการสุ่มแบบชั้นอย่างเป็นสัดส่วน และใช้เครื่องมือการสัมภาษณ์กับผู้ทรงคุณวุฒิจานวน 37 คน ที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง รวมทั้งใช้การสังเกตด้วย ผู้วิจัยได้นาข้อมูลเชิงปริมาณมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติความถี่และร้อยละ ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์ข้อมูลโดยการจาแนกจัดระบบข้อมูลเชื่อมโยงความสัมพันธ์และนาเสนอโดยการพรรณา
ผลการวิจัยพบว่าตาบลทาทุ่งหลวงได้แยกจากตาบลทากาศเมื่อ พ.ศ 2541 มีจานวนหมู่บ้านทั้งหมด 6 หมู่บ้าน ประชากร 4,002 คน มีการบริหารการปกครองในรูปแบบขององค์การบริหารส่วนตาบล ประชากรส่วนใหญ่แต่เดิมประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปัจจุบันประกอบอาชีพการแกะสลักเป็นสาคัญ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 4,001 - 5,000 บาท ส่วนใหญ่จบการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในอดีตชุมชนมีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดมากที่สุด แต่ปัจจุบันเป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติดปัจจัยที่มีผลต่อความสาเร็จในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้แก่ ผู้นาชุมชนที่มีความเข้มแข็ง จริงใจและกระตือรือร้น ความเข้มแข็งของชุมชน การทาประชาคมหมู่บ้านและสถาบันครอบครัว สาหรับวิธีการนั้นในตาบลทาทุ่งหลวงใช้วิธีการประชุมกลุ่มเครือข่ายคณะกรรมการกลางระดับตาบลและได้ออกประชุมคณะกรรมการกลุ่มย่อยในแต่ละหมู่บ้าน โดยกานันผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตาบลใช้วิธีเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในรูปแบบของประชาคมหมู่บ้านและประชาคมตาบลออกข้อกาหนดหรือกฎข้อบังคับของหมู่บ้านรวมทั้งการให้ชุมชนดูแลกันเองในกลุ่มๆละประมาณ 10 หลังคาเรือน ภายใต้ความผูกพัน ความรัก ความเอื้ออาทร ความห่วงใยซึ่งกันและกัน ซึ่งการดาเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดาเนินการตั้งแต่การร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติการ ร่วมรับผลประโยชน์และร่วมประเมินผล นอกจากนั้นยังมีการเชื่อมโยงการสื่อสารเป็นระบบเครือข่ายตั้งแต่ระดับครอบครัวและชุมชนใกล้เคียง มีกิจกรรมดาเนินงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นพลวัตรของชุมชนอย่างเป็นธรรมชาติ


ดาวน์โหลดเอกสาร