บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

การใช้หลักสูตรฝึกอบรม : การพัฒนาศักยภาพอาชีวอนามัยในชุมชน โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม


ผู้วิจัย : วีรินท์ พรหมวงค์
หลักสูตร : ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : หลักสูตรและการสอน
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์ยุพิน อินทะยะ
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : รองศาสตราจารย์ศิริพร ขีปนวัฒนา

บทคัดย่อ


การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรม : การพัฒนาศักยภาพอาชีวอนามัยในชุมชน โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม และศึกษาความพึงพอใจของผู้เข้าอบรมที่มีต่อหลักสูตรฝึกอบรม : การพัฒนาศักยภาพอาชีวอนามัยในชุมชน โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ คือ อาสาสมัครสาธารณสุข กลุ่มผู้ประกอบอาชีพผู้ทาโครงร่ม ตาบลแม่คือ อาเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ จานวน 30 คน โดยสุ่มแบบเจาะจงโดยให้อาสาสมัครสาธารณสุข กลุ่มผู้ประกอบอาชีพผู้ทาโครงร่ม สมัครเข้าร่วมอบรมด้วยความสมัครใจ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบทดสอบความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องการดูแลสุขภาพและเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม 2) แบบประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพในการทางานเบื้องต้น 3) แบบติดตามการปรับปรุงสภาพการทางานสาหรับผู้ทางานที่บ้าน 4) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการอบรมหลักสูตรฝึกอบรม : การพัฒนาศักยภาพอาชีวอนามัยในชุมชน โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และ ค่า t-test ผลการวิจัยพบว่า
1. การใช้หลักสูตรฝึกอบรม : การพัฒนาศักยภาพอาชีวอนามัยในชุมชน โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม พบว่า 1) ผู้ฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องการดูแลสุขภาพและเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม หลังฝึกอบรมสูงกว่าก่อนฝึกอบรม โดยมีคะแนนทดสอบก่อนฝึกอบรมได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 10.10 คะแนนทดสอบหลังฝึกอบรมได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 16.13 และเมื่อทดสอบความต่างด้วยค่า t-test พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญ
ที่ระดับ .05 2) ผู้ฝึกอบรมมีความเสี่ยงต่อสุขภาพเบื้องต้นโดยภาพรวมลดลง พบว่าก่อนฝึกอบรมมีคะแนนสูงกว่าหลังฝึกอบรม กล่าวคือมีคะแนนเฉลี่ยก่อนฝึกอบรมเท่ากับ 27.23 และหลังฝึกอบรมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 20.63 แสดงว่าผู้ฝึกอบรมมีความเสี่ยงต่อสุขภาพในการทางานเบื้องต้นลดลง และเมื่อทดสอบความต่างด้วยค่า t-test พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญที่ระดับ .05 3) ผู้ฝึกอบรมมีการปรับปรุงสภาพการทางานของกลุ่มอาชีพทาโครงร่มที่บ้าน หลังฝึกอบรมสูงกว่าก่อนฝึกอบรม โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังฝึกอบรมสูงกว่าก่อนฝึกอบรม กล่าวคือมีคะแนนก่อนฝึกอบรมเท่ากับ 14.07 และหลังฝึกอบรมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 31.8 และเมื่อทดสอบความต่างด้วยค่า t-test พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญที่ระดับ .05
2. การศึกษาความพึงพอใจของผู้ฝึกอบรมที่มีต่อหลักสูตรฝึกอบรม : การพัฒนาศักยภาพอาชีวอนามัยในชุมชน โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม พบว่า ผู้ฝึกอบรมมีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.63) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ผู้ฝึกอบรมมีความพึงพอใจที่มีโอกาสได้ปฏิบัติกิจกรรมใหม่เพื่อเรียนรู้เพิ่มขึ้น ได้เรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนาความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันและการประกอบอาชีพทาโครงร่มได้ อยู่ในระดับมากที่สุด เป็นอันดับสูงสุด ( = 4.73) รองลงมาคือผู้ฝึกอบรมได้เรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ( = 4.70) มีความพึงพอใจในเนื้อหาของหลักสูตรฯที่มีความเหมาะสมกับกลุ่มอาชีพทาโครงร่ม และกิจกรรมมีความเหมาะสมกับวัยของผู้ฝึกอบรม ( = 4.67) ตามลาดับ


ดาวน์โหลดเอกสาร