บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

กลยุทธ์ในการบริหารจัดการอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


ผู้วิจัย : ธรรมนันท์ ไชยานนท์
หลักสูตร : ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : การจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
อาจารย์ที่ปรึกษา : ดร.ณรงค์พันธ์ ฉุนรัมย์
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : รองศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ บุญศิริ

บทคัดย่อ


การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การบริการที่นามาใช้บริหารจัดการด้านบริการในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักท่องเที่ยว จานวน 400 คนและเจ้าหน้าที่ของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จานวน 80 คน ระหว่างเดือนเมษายน-กรกฎาคม พ.ศ. 2556 นาข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ผลการวิจัยโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบสมมติฐานโดยการทดสอบ t-test และนาเสนอผลการวิจัยในรูปแบบของตารางประกอบคาบรรยาย
ผลจากการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 41-50 ปีสถานภาพโสด สาเร็จการศึกษาต่ากว่าระดับปริญญาตรี อาชีพรับจ้าง รายได้ต่อเดือนต่ากว่า 10,001บาท และมีภูมิลาเนาอยู่ในภาคเหนือ มีวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ สื่อที่ทาให้รู้จักอุทยานหลวงราชพฤกษ์ คือ การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อวิทยุ/โทรทัศน์ เคยเข้าชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยเดินทางมาเที่ยวอุทยานหลวงราชพฤกษ์กับหมู่คณะ/กลุ่มเพื่อน ซื้อบัตรเข้าชมเป็นบัตรผู้ใหญ่ 50 บาท เข้าชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ในช่วงวันธรรมดา ช่วงเวลาระหว่าง 12.00-14.00 น. มีระยะเวลาในการเยี่ยมชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง ผู้ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ คือ เพื่อน/เพื่อนร่วมงาน มีค่าใช้จ่ายในการเข้าเยี่ยมชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ คือ ค่ารถชมสวน เที่ยวชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์โดยนั่งรถชมสวน มาเที่ยวชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ 1-2 ครั้งต่อปี และมีความคิดเห็นว่าจะกลับมาเยี่ยมชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์อีกในโอกาสต่อไป
กลุ่มตัวอย่างมีระดับความพึงพอใจต่อปัจจัยความสาเร็จด้านสิ่งดึงดูดใจในการท่องเที่ยว โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.07 ระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อปัจจัยความสาเร็จด้านความสาราญ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.40 และระดับความ พึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อปัจจัยความสาเร็จด้านความสามารถในการเข้าถึง โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.83 ระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อบริการของอุทยานหลวง ราชพฤกษ์ด้านรูปแบบการบริการ (Product) โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.38 ระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อบริการของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ด้านราคา (Price) โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.68 ระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อบริการของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ด้านช่องทางการจัดจาหน่าย (Place) โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.28 ระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อบริการของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ด้านการส่งเสริมการตลาด (Promotion) โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.33 ระดับความคิดเห็นของ กลุ่มตัวอย่างที่มีต่อจุดแข็งของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.84 ระดับความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อจุดอ่อนของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.26 ระดับความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อโอกาสของอุทยานหลวง ราชพฤกษ์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.96 และระดับความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่ออุปสรรคของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.21 นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีเพศ อายุและอาชีพที่แตกต่างกันมีระดับความพึงพอใจต่อการจัดการของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ที่แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ (p-value > .05)
สาหรับความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่ที่มีต่อการจัดการของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 21-30 ปี มีอายุการทางาน 3 ปี และมีตาแหน่งในอุทยานหลวงราชพฤกษ์เป็นเจ้าหน้าที่จ้างเหมาฝ่ายการตลาด และระดับความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อการจัดการของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.87


ดาวน์โหลดเอกสาร