บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

แนวทางการบริหารงานเพื่อแก้ปัญหาการตกซ้ำชั้นของนักเรียนชาวเขา ในกลุ่มโรงเรียนปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่


ผู้วิจัย : นางสาวสุทธิพร ณ เชียงใหม่
หลักสูตร : ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา : การวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์ ดร. ชูชีพ พุทธประเสริฐ
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประวัติ พื้นผาสุข

บทคัดย่อ


การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหา และแนวทางการบริหารงานเพื่อ แก้ปัญหาการตกซ้าชั้นของนักเรียนชาวเขา โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากร คือ ผู้บริหาร ครูผู้สอนจานวน 55 คน และกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ปกครองและผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 38 คน รวมทั้งสิ้น 93 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานนาเสนอในรูปตารางประกอบคาบรรยาย
ผลการศึกษา พบว่า ปัญหาการตกซ้าชั้นของนักเรียนชาวเขาในกลุ่มปิงโค้ง มีดังนี้
ปัญหาที่เกี่ยวกับนักเรียนในภาพรวมผู้บริหารและครูผู้สอนเห็นตรงกันว่า มีปัญหาอยู่ในระดับมาก คือ ขาดเรียนบ่อยเนื่องจากการร่วมประเพณีของชนเผ่า การใช้ภาษาไทยในการสื่อความหมาย พูดภาษาถิ่นมากกว่าภาษาไทยเมื่ออยู่ในห้องเรียนและขาดความพร้อมในด้านการเรียน
ส่วนผู้บริหารและครูผู้สอนมีความเห็นต่างกัน ผู้บริหารเห็นว่าปัญหา คือ ขาดการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียน อาทิ สมุด อื่น ๆ ส่วนที่ครูผู้สอนเห็นว่า ปัญหา คือ มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ มีสติปัญญาต่ากว่าคนอื่นโดยเฉลี่ย
ปัญหาการตกซ้าชั้นที่เกี่ยวกับผู้ปกครอง ในภาพรวม ผู้บริหารและครูผู้สอนเห็นตรงกันว่า มีปัญหาอยู่ในระดับมาก คือ ไม่เข้าใจการสื่อสารด้วยภาษาไทยมักใช้ภาษาถิ่นสื่อสาร ไม่ได้รับ
การศึกษา ไม่เข้าใจภาษาไทยเมื่อมีกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนต้องใช้ล่ามแปล ไม่เห็นความสาคัญของการศึกษา
ปัญหาการตกซ้าชั้นที่เกี่ยวกับครู ในภาพรวม ผู้บริหารและครูผู้สอนเห็นตรงกันว่า มีปัญหาอยู่ในระดับมาก คือ อัตรากาลังครูมีจานวนน้อย ไม่เพียงพอกับจานวนนักเรียน
ขาดความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง เกณฑ์การวัดผลที่ครูใช้สาหรับวัดนักเรียนชาวเขายังไม่เหมาะสม
ปัญหาการตกซ้าชั้นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา ในภาพรวม ผู้บริหาร และครูผู้สอนเห็นตรงกันว่า มีปัญหาอยู่ในระดับมากที่สุด คือ ระยะเวลาในการเปิด – ปิดภาคเรียนตามหลักสูตร
สถานศึกษาไม่สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของท้องถิ่น บุคลากรในโรงเรียนไม่มีส่วนร่วมในการบริหาร ไม่ได้วิเคราะห์ให้ลึกซึ้งถึงสภาพที่เป็นจริงของการจัดการศึกษาในโรงเรียนที่มีนักเรียนชาวเขา
แนวทางการบริหารงานเพื่อแก้ปัญหาการตกซ้าชั้นของนักเรียนชาวเขา
ด้านการวางแผน ควรประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองนาเด็กเข้ามาเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลเพื่อเตรียมความพร้อม วางแผนลดอัตราการขาดเรียนของนักเรียนให้น้อยลง สร้างสัมพันธ์กับผู้ปกครอง และจัดตั้งกรรมการระดมสมองร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุ แนวทางในการแก้ปัญหา วิเคราะห์ทางเลือก สร้างแนวปฏิบัติ ประกาศเป็นนโยบาย และแนวทางการทางานของโรงเรียน
ด้านการปฏิบัติ ควรแจ้งครูประจาชั้นให้ดูแลติดตามนักเรียนเป็นรายบุคคล จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยเฉพาะงานนิเทศและงานแนะแนว จัดประชุมผู้ปกครองชี้แจงเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง
ด้านการตรวจสอบ ควรมอบหมายให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียดาเนินการติดตามผลเป็นระยะ ๆ สรุปปัญหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน มีการตรวจสอบความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อครูและโรงเรียน การจัดการศึกษาควรพิจารณาจากธรรมนูญโรงเรียน และหลักสูตรที่ใช้ว่า เหมาะสมกับสภาพที่แท้จริงของนักเรียนหรือชุมชนและวิถีการดาเนินชีวิตของชาวเขาหรือไม่
ด้านการปรับปรุง ควรปรับปรุงที่ตัวนักเรียน ตามปัญหาจุดบกพร่องที่เกิดขึ้น ควรปรับปรุงการสร้างสัมพันธ์การมีส่วนร่วมของโรงเรียนกับผู้ปกครอง ครูควรเผยแพร่สภาพปัจจุบันปัญหา ระดมความคิดในการวางแผนแก้ปัญหาโดยกาหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการดาเนินพัฒนา ปรับปรุงระบบการจัดการศึกษา ส่วนการจัดการศึกษาควรพัฒนานโยบาย แนวคิดให้แปลกไปจากโรงเรียนพื้นราบ นาผลการแก้ไขปัญหาของนักเรียนมาประเมิน วิเคราะห์ วางแผนที่จะปรับปรุงพัฒนา ปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ คงส่วนที่ได้ผลไว้ และปรับเปลี่ยนส่วนที่ทาแล้วไม่ได้ผล


ดาวน์โหลดเอกสาร