บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศ


ผู้วิจัย : ตะวัน สื่อกระแสร์
หลักสูตร : ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขา : ผู้นำทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิริวันทน์ ชัยญาณะ

บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาในการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศ และเพื่อกาหนดยุทธศาสตร์การบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศ กลุ่มตัวอย่าง คือ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาในเขตภาคเหนือตอนบน 5 คน ผู้รับใบอนุญาต และผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนในเขตภาคเหนือตอนบนประเภทเจ้าของคนเดียว สังกัดมูลนิธิ และโรงเรียนเอกชนประเภทการกุศล 10 คน ครูโรงเรียนเอกชนในเขตภาคเหนือตอนบนประเภทเจ้าของคนเดียว สังกัดมูลนิธิ และโรงเรียนเอกชนประเภทการกุศล 100 คน รวมทั้งหมด 116 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก การอภิปรายกลุ่มเฉพาะ การสังเกตประกอบการสอบถาม การทา SWOT Analysis และการทาวิทยาพิจารณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เนื้อหาและสังเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
1. การบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศ มีสภาพการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศโดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก เรียงตามลาดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารวิชาการเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ ด้านการบริหารทั่วไป และด้านการบริหารบุคคล ตามลาดับ โดยมีสภาพดังนี้ 1) ด้านการบริหารจัดการวิชาการพบว่า เน้นคุณภาพของครู มีการใช้ศัพท์เทคนิคในการสอน ให้ความสาคัญกับทุกกิจกรรม สอนอย่างมีความหมาย ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม มีการใช้แหล่งเรียนรู้ภายนอก มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง มีการจัดห้องเรียนพิเศษ เน้นความสามารถด้านภาษาไทย สอนภาษาเพื่อนบ้านในแถบเอเชีย และประชาคมอาเซียนโดยเจ้าของภาษา 2) ด้านการบริหารจัดการงบประมาณพบว่ามีการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า ลดความเสี่ยง และจัดหาแหล่งเงินภายนอก 3) ด้านการบริหารจัดการบุคลากรพบว่าผู้บริหารมีความเป็นผู้นาและเป็นผู้บริหารมืออาชีพ สร้างขวัญ กาลังใจและแรงจูงใจแก่ครู มีระบบการนิเทศที่มีประสิทธิภาพ ปรับครูให้เหมาะสมกับวิชาและชั้นเรียน ลดจานวนผู้บริหารระดับสูง รับคนให้ตรงกับงาน มีการสอนงาน อบรมภาษาอังกฤษให้กับครูใหม่ เน้นจรรยาบรรณครู 4) ด้านการบริหารทั่วไป พบว่ามีการลดสายงานบังคับบัญชา เน้นธุรกิจศึกษา ดาเนินการก่อนคู่แข่ง เน้นความเป็นเลิศในการให้บริการ บริหารแบบมีส่วนร่วม จัดสิ่งแวดล้อมให้ร่มรื่น สวยงาม น่าอยู่ น่าเรียน ใช้เทคโนโลยีในการบริหารและการเรียนการสอน และประหยัด
2. การบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศ มีปัญหาการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศ โดยภาพรวมปัญหาอยู่ในระดับน้อย เรียงตามลาดับปัญหาจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านการบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงานบุคคลเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ ด้านการบริหารทั่วไป และด้านการบริหารงบประมาณ ตามลาดับ โดยมีปัญหาดังนี้ 1) ด้านการบริหารวิชาการพบว่า โรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่รับนักเรียนที่มีผลการเรียนต่า สื่อการเรียนการสอนและอุปกรณ์การสอนมีไม่เพียงพอ 2) ด้านการบริหารงบประมาณพบว่าขาดงบประมาณในการลงทุน และระบบสวัสดิการไม่มีคุณภาพ 3) ด้านการบริหารบุคลากร พบว่า ขวัญและกาลังใจของครูลดลง ครูที่มีอายุน้อยบางส่วนลาออกไปสอบบรรจุเป็นข้าราชการ ไม่มีโครงการจัดอบรมสัมมนาสาหรับครูโรงเรียนเอกชนรัฐเป็นผู้กาหนดเงินเดือน ครูผู้สอนจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ขาดครูที่มีคุณภาพ ครูที่มีอายุมากมีปัญหาในการจัดทาสื่อ ICT 4) ด้านการบริหารทั่วไปพบว่าโรงเรียนเอกชนแข่งขันกันเอง และแข่งขันกับโรงเรียนรัฐบาล นโยบายภาครัฐเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชนไม่ชัดเจน จานวนนักเรียนลดลง มีโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้น และครูโรงเรียนเอกชนต้องทาหน้าที่หลายอย่างนอกเหนือจากงานสอน
3. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศ คือ “INTERACTIVE Strategy” ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ย่อยดังนี้ 1) การใช้นวัตกรรม (Innovation : I) 2) การสร้างเครือข่าย (Network : N) 3) การใช้เทคนิคเชิงบริหาร (Administrative Techniques : T) 4) การให้ความสาคัญกับภาษาอังกฤษ (English Language : E) และสิ่งแวดล้อม (Environment : E) 5) การให้ความสาคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ (Relationship : R) การปรับโครงสร้างใหม่และการปฏิรูป (Re-Organize and Reform : R) และการทาวิจัยเชิงทดลองที่ได้ผลรวดเร็ว (Research : R) 6) การให้ความสาคัญกับวิชาการและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกด้าน (A : Academic and Achievement) การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Evaluation : A) 7) การให้ความสาคัญกับการลงทุน (Cost : C) และหลักสูตร (Curriculum : C) 8) การให้ความสาคัญกับภาษาไทย (Thai Language : T) 9) การให้ความสาคัญกับการจูงใจบุคลากร (Incentive : I) 10) การให้ความสาคัญกับการสร้างค่านิยมร่วม (Value : V) และ 11) การจัดการเรียนการสอนที่เน้นคุณธรรม จริยธรรม (Ethics : E)


ดาวน์โหลดเอกสาร