บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

อุดมการณ์และกระบวนการจัดการศึกษาโดยครอบครัวในจังหวัดเชียงใหม่


ผู้วิจัย : นางสาววราภรณ์ อนุวรรัตน์
หลักสูตร : ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขา : ผู้นำทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
อาจารย์ที่ปรึกษา : รองศาสตราจารย์ ดร.เกตุมณี มาก
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : อาจารย์ ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า

บทคัดย่อ


การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาอุดมการณ์และกระบวนการจัดการศึกษาโดยครอบครัวและนาเสนอลักษณะการจัดการศึกษาโดยครอบครัวในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ส่งผลต่อคุณภาพการจัดการศึกษาโดยครอบครัว กลุ่มเป้าหมายในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ผู้จัดการศึกษาโดยครอบครัวในจังหวัดเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2552 จานวน 20 ครอบครัว แบบแผนการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ แบ่งออกเป็น 2 ระยะดังนี้ ระยะที่หนึ่ง เป็นการศึกษาบริบท อุดมการณ์และกระบวนการดาเนินการจัดการศึกษาโดยครอบครัวในจังหวัดเชียงใหม่ ระยะที่สอง คือการนาเสนอข้อค้นพบเชิงทฤษฎีกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในลักษณะของการจัดเวทีประชาคม
ผลการวิจัยในระยะที่หนึ่ง ลักษณะการจัดการศึกษาโดยครอบครัวในจังหวัดเชียงใหม่ มี 3 ลักษณะ ตามอุดมการณ์ของผู้จัดการศึกษาโดยครอบครัว ได้แก่ กลุ่มการศึกษาเพื่อชีวิต อุดมการณ์ความเชื่อและวิถีการดาเนินชีวิตของครอบครัวกลุ่มนี้มีลักษณะเด่นที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติและเรียนรู้ในการดาเนินชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ กลุ่มที่สองเป็นครอบครัวที่ศรัทธาในศาสนา อุดมการณ์ของครอบครัวนี้มีอัตลักษณ์ด้านความเชื่อที่ศรัทธาในหลักคาสอนของศาสนาคริสต์ ที่เน้นหน้าที่ของบิดามารดาในการอบรมสั่งสอนบุตรธิดา เมื่อบุตรธิดายังเล็กอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งสาคัญมากในการปลูกฝังเด็กให้เป็นคนดี รักพระเจ้า เน้นการบ่มเพาะปลูกฝังอุดมคติ จริยธรรมและคุณธรรม และกลุ่มที่สามเป็นกลุ่มครอบครัวที่บุตรมีความต้องการจาเป็นพิเศษ อุดมการณ์ของครอบครัวกลุ่มนี้ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุตรธิดาตามศักยภาพที่แท้จริงของเด็ก แต่เนื่องจากมีความจาเป็นบางประการที่ไม่สามารถส่งบุตรธิดาเข้าเรียนในโรงเรียนได้
ในแต่ละลักษณะเมื่อวิเคราะห์ด้านศักยภาพของผู้จัดการศึกษาปรากฏว่า ผู้จัดการศึกษาโดยครอบครัวมีศักยภาพที่มีความคล้ายคลึงกันในลักษณะเฉพาะของครอบครัว พบว่าทุกครอบครัวบิดามารดาจะมีความรู้ความสามารถเฉพาะตัว โดยมีคุณวุฒิทางการศึกษาในระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ และเป็นตัวแบบที่ดีให้กับบุตรธิดา ส่วนคุณลักษณะที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ พบว่าบิดามารดามีฐานะทางเศรษฐกิจในระดับดีจึงสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนรู้ให้กับบุตรธิดาได้ มีฐานะทางสังคมซึ่งเอื้อต่อการที่ผู้เรียนจะได้นาความรู้ไปใช้ นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายที่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียนในการเข้าถึงผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนทรัพยากรทางการศึกษา และผู้จัดการศึกษายังได้จัดสรรเวลาในการพัฒนาผู้เรียนเต็มเวลา นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้โดยมีความสามารถในการจัดทาหลักสูตรและแผนการจัดการเรียนรู้ จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนรวมทั้งการวัดและประเมินผลผู้เรียน
ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครอบครัว พบว่าผู้จัดการศึกษาโดยครอบครัวขอจดทะเบียนจัดการศึกษาโดยครอบครัวกับหน่วยงานอยู่ 2 หน่วยงาน คือ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนหมู่บ้านเด็ก ในด้านหลักสูตรและแผนการจัดการศึกษา มีลักษณะเป็นหลักสูตรและแผนการจัดการศึกษารายบุคคล ที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้เฉพาะบุตรธิดาของตนเท่านั้น กระบวนการจัดการเรียนรู้ ทุกครอบครัวจะเน้นการจัดกระบวนการเรียนรู้จากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริงตามวิถีชีวิตประจาวัน และสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ครอบครัวได้เข้าไปสัมผัสเชื่อมโยง เน้นให้บุตรธิดาเป็นผู้ค้นพบความรู้และสรุปเป็นองค์ความรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้จากผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ผ่านประสบการณ์และสถานที่จริง เน้นการลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ของทุกครอบครัว จะเน้นให้บุตรธิดาเป็นผู้เข้าถึงความรู้ด้วยตนเอง สาหรับสื่อการเรียนรู้ของครอบครัว พบว่า มีการนาสื่อต่าง ๆ มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับบุตรธิดาของตน ได้แก่ สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย สื่อของจริงตามธรรมชาติและสื่อที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง การวัดและประเมินผลการจัดการศึกษา ทุกครอบครัวจะทาการประเมินผลการเรียนรู้ของบุตรธิดา ด้วยวิธีการประเมินตามสภาพจริง ทั้งนี้การจัดการศึกษาโดยครอบครัวจะมีคุณภาพได้นั้นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการส่งเสริมครอบครัวให้สามารถจัดการศึกษาได้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ
ในการดาเนินการวิจัยระยะที่สอง ได้แก่การจัดเวทีประชาคมในกลุ่มผู้จัดการศึกษาโดยครอบครัว พบว่าผู้จัดการศึกษาโดยครอบครัว มีเป้าหมายของการจัดการศึกษาเพื่อให้บุตรธิดาเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มผู้เรียน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่เห็นว่าการจัดการศึกษาควรให้ผู้เรียนเรียนรู้ที่จะพึ่งตนเอง เป็นสมาชิกที่ดีของชุมชนและสังคม แต่ปัญหาและอุปสรรคของการจัดการศึกษาโดยครอบครัวในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้เสนอข้อมูลสรุปได้ดังนี้ ประการแรกการขาดหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจัดการศึกษาทางเลือกโดยเฉพาะ และประการที่สองขาดความชัดเจนในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และประการสุดท้ายได้แก่ปัญหาในด้านกระบวนการจัดการศึกษาของครอบครัวโดยตรง
เพื่อให้การดาเนินการจัดการศึกษาโดยครอบครัวมีความเป็นไปได้ และได้รับการยอมรับถึงการมีอยู่ในรูปแบบของการศึกษาทางเลือกในลักษณะของการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ภาครัฐ ครอบครัว และองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในลักษณะของกัลยาณมิตร โดยเข้าใจในข้อจากัดของแต่ละฝ่าย และร่วมรับผิดชอบในการสนับสนุนให้ครอบครัวสามารถจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ


ดาวน์โหลดเอกสาร