บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

Graduate School Chiang Mai Rajabhat University

รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส


ผู้วิจัย : นายปกรณ์กิตติ์ ม่วงประสิทธิ์
หลักสูตร : ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขา : ผู้นำทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
อาจารย์ที่ปรึกษา : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิริวันท
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม : รองศาสตราจารย์ ดร.เจิดหล้า สุนทรวิภาต

บทคัดย่อ


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาในการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาสและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาสกลุ่มเป้าหมายคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กลุ่มตัวอย่างคือ นายกเทศมนตรีเทศบาล 4 คน ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 5 คน ผู้อานวยการสานักการศึกษาเทศบาล 4 คน ผู้บริหารสถานศึกษาในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบนผู้บริหาร 9 คน และครู 45 คน เก็บข้อมูลโดยการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตประกอบการสอบถาม การอภิปรายกลุ่มเฉพาะ การทา SWOT Analysis และการทาประชาพิจารณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
1. การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาสในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร บราซิล ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย มีกฎหมายรองรับการจัดการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส มีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก มีรัฐธรรมนูญแห่งรัฐ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการการศึกษากับเด็กทุกคนเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก เพื่อพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ ส่งเสริมการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ใช้ชีวิตร่วมกันได้ของเด็กต่างวัฒนธรรม และเพื่อความมั่นคงของชาติเป็นประเด็นสาคัญ
2. การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาสด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และการบริหารงานทั่วไปมีปัญหาคือสถานศึกษาไม่คานึงถึงเด็กด้อยโอกาส จัดการศึกษาเป็นแบบเดียวกันซึ่งทาให้เด็กด้อยโอกาสมีปัญหาในการเรียนและก่อให้เกิดปัญหาในสังคมเพราะยังไม่มีนโยบายหรือมาตรการจากหน่วยงานต้นสังกัดที่ชัดเจน
3. รูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาสคือ “PEACE Model” ซึ่งให้ความสาคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกส่วนในการดาเนินกิจกรรมของสถานศึกษา (Participation) ให้ความสาคัญกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เน้นความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและความเข้าใจอันดีต่อกัน (Politics) ให้ความสาคัญกับการกาหนดนโยบายเฉพาะที่ชัดเจนสาหรับเด็กด้อยโอกาสมีหลายประเภทและมีผลต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม (Policy) ให้ความสาคัญกับแนวคิดเชิงเศรษฐศาสตร์เนื่องจากมีผลกระทบต่อแรงงานของประเทศไทย (Economics) ให้ความสาคัญกับ การจูงใจให้บุคลากรเสียสละกาลังกายกาลังใจเพื่อการทางาน (Empowerment)ให้ความสาคัญกับวิชาการเพื่อให้มีความรู้ตรงตามหลักสูตร (Academic) ให้ความสาคัญกับการเป็นนิติบุคคลของสถานศึกษาคือ มีความเป็นอิสระ คล่องตัวและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม(Autonomous) การให้ความสาคัญกับการเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกันเพื่อการผสมผสานทางวัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข (Culture) ให้ความสาคัญกับการปลูกฝังให้เป็นพลเมืองหรือเป็นสมาชิกที่ดีของประเทศไทย (Citizenship) และให้ความสาคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมตามหลักศาสนาเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข (Ethics)


ดาวน์โหลดเอกสาร